Journals
Friday,Jun 1 2007, 01:47:00 PM21 อาการของคนนอกจา
ความเจรงมานก็มีเยอะนะ แต่ที่ดีควรเชื่อใจการนะจ๊ะ...
แต่ว่าถ้าเชื่อมากไปก็จะเสียคนรักไปนะ....ทางที่ดีดูจากท่าทางดีก่า...XP
1. อาการแรกเริ่มของคนที่คิดนอกใจ จะเริ่มจากการให้ความสนใจ และตอบสนองความต้องการของคนข้างกายมากขึ้นแทบทุกเรื่อง
2. เริ่มซื้อของขวัญให้
ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่เทศกาลใดๆ คุณก็มักจะได้ของขวัญชิ้นพิเศษจากเขา
แถมยังเป็นของขวัญที่มอบให้ด้วยใจไม่บริสุทธิ์อีกด้วย
3. เกิดพฤติกรรมลังเล อ้ำๆ อึ้งๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการตกใจเกินเหตุ หรือแม้แต่อาการเห็นด้วยกับคุณไปเสียทุกเรื่อง ทั้งๆ ที่มันไม่จริง
4. จากนั้นจะเปลี่ยนเป็นการหาเรื่องทะเลาะ แล้วหนีออกนอกบ้าน ด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง
5. มักจะได้ยินประโยคที่ไม่เคยได้ยิน เช่น คุณจะอยู่ได้ไหมถ้าเราเลิกกัน หรือผมจะยังรักคุณเสมอถึงแม้เราจะเลิกกันไปแล้ว
6. อารมณ์ใจลอยที่เกิดขึ้น หรือเรียกง่ายๆ ว่าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แถมมักจะอารมณ์เสียเวลาที่อยู่ใกล้ๆ คุณ
7. อาการนิ่งเฉย เหมือนเอาใจออกห่าง
8. สไตล์ที่ชอบเปลี่ยนไป โดยเฉพาะ แนวการฟังเพลง ที่ชอบป๊อบมานานๆ แล้วปันหูให้เพลงร็อกซะงั้น !?!
9. ความสนใจในครอบครัวของคุณที่ลดน้อยลง เริ่มไม่อยากเอ่ยถึงพ่อแม่ หรือครอบครัวของอีกฝ่าย
10. เริ่มต้องการขอใช้ชีวิตส่วนตัว หลังจากเมื่อก่อน ได้ใช้ชีวิตคลอเคลียอยู่กับคุณทั้งวัน
11. เขาเลิกชื่นชมคุณซะดื้อๆ แถมประโยคอย่าง ผมรักคุณ หรือฉันรักคุณ แทบจะไม่ปริออกจากปากให้คู่รักได้ยินอีกเลย
12. เขามักจับผิดคุณในทุกๆ เรื่อง เพื่อชดเชยความผิดของเขา
13. เขาเริ่มสมาคมกับเพื่อนฝูงอีกครั้ง หลังจากร้างลาวงเหล้ามานาน แถมยังชอบพูดคุยปัญหาของเพื่อนฝูง มากกว่าปัญหาที่มีกับคุณ
14. เขาเลิกพูดถึงเรื่องอนาคตของคุณทั้งสอง แม้คุณจะเฝ้าถามถึงเรื่องแต่งงานและมีลูก
15. เขาไม่ได้แสดงการรักไคร่คุณอีกเลย แถมความมีน้ำใจก็เหือดหายไปพร้อมกับความรัก
16. เขาเริ่มอยากมีโลกส่วนตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
แถมยังมีเบอร์ส่วนตัว ที่ไม่อยากให้คุณรับสายให้
บวกกับวิธีการพูดด้วยน้ำเสียงที่มากเกินเพื่อน
17. อาการเบื่อหน่ายทางเซ็กซ์ เริ่มปรากฏให้เห็น และยิ่งเด่นชัดขึ้นเรื่อย แถมยังหันไปฟังเพลงและดูทีวี มากกว่าจะมาจู๋จี๋กับคุณ
18. เขามักสะดุ้งโดยไม่มีเหตุผลเมื่อตื่นขึ้นในตอนเช้า คงเพราะอาการไม่แน่ใจว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงใคร
19. อาการของคนรัก เป็นไปอย่างที่คนรอบข้างทัก เพราะคนรอบช้างมักสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงในคู่รัก มากกว่าคู่รักจะมองเห็นกันเอง
20. อาการโมโหสุดขีด เมื่อคุณไต่ส่วนถึงกิจวัตรนอกบ้าน เช่น วันนี้ไปไหนมาบ้าง กลับบ้านอีกโมง
21. รูปแบบการนอนเปลี่ยนไป
ไม่ว่าจะเป็นการนอนหันหลังให้คุณ นอนละเมอ หรือเผลอหลุดปากเรียกชื่อคนอื่น
ที่คุณไม่รู้จักมาก่อน
หรือแม้แต่เริ่มเอาหมอนข้างมากั้นกลางระหว่างคุณกะเขา
ไม่แน่ไม่นอน แต่ก็มีความเป็นไปได้แนะเนอะ...^^
Sunday,Feb 25 2007, 06:46:49 AM365 วานเพื่อเรียนคำ
คำว่า “รัก” สั้นแต่บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเรียนรู้คำๆ นี้ ถ้าคิดจะปลูกต้นรัก ต้องรู้จักรดน้ำ พรวนดินให้สัมพันธภาพยืนนาน
หลายๆ คนก็ต้องเสียอนาคตและบางคนถึงกับต้องจบชีวิตของตนเองก็เพราะคำนี้ ในขณะที่อีกหลายๆ คนดูเหมือนประสบความสำเร็จในการเรียนรู้คำว่า “รัก” มีชีวิตครอบครัวที่ใครๆ อิจฉา แต่จริงๆแล้วเจ้าตัวไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย กลับพยายามดิ้นรนเพื่อเรียนรู้คำว่า “รัก” จนครอบครัวสับสนวุ่นวาย เชื่อว่าคนที่เกิดมาทุกคนนอกจากความรักที่ได้รับจากคุณพ่อคุณแม่และญาติพี่น้องแล้วพวกเขาก็สนใจที่จะเรียนรู้คำว่า “รัก” อยู่ตลอดชีวิต วันนี้ มีนิทานที่จะเล่าให้ฟัง หวังว่าเมื่ออ่านจบแล้วพวกเราคงได้เข้าใจและเรียนรู้คำว่า “รัก” ได้มากขึ้น................เรื่องมีอยู่ว่า เด็กผู้หญิงคนหนึ่งนั่งเหงาอยู่ริมรั้วเธอมองดูกระถางต้นไม้ที่แห้งเฉา ดินแตกระแหง แต่ยังมีเมล็ดพืชงอกงามอยู่ในนั้น เธอเก็บเมล็ดพืชนั้นมาด้วยความสงสัย...อยากรู้ว่ามันงอกขึ้นมาได้อย่างไร? วันที่ 1 เธอนำเมล็ดพืชนั้นมาปลูกในกระถางใบใหม่..รอคอยวันที่มันจะเติบโต เธออยากเห็นเมล็ดพืชโตเร็วจึงรดน้ำจนล้นกระถาง วันที่ 2 เธอเฝ้าดูการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชนั้น..ทันใดนั้นก็มีปลาทองออกมาจากเมล็ดนั้น เด็กหญิงเอาปลาทองใส่ไว้ในโหลและคิดว่าคงรดน้ำมากเกินไปจึงเอากระถางไปใส่ไว้ในเตาอบและเฝ้าดู วันที่ 3 เธอเปิดเตาอบออกดูเห็นลูกไก่เดินอยู่ในนั้น มันมองมาที่เธอและเดินตามเธอตลอดเวลา เด็กหญิงมีความคิดว่าควรจะใส่ปุ๋ยให้มันและเริ่มเทปุ๋ยจนหมดถุง และ..รอ วันที่ 4 มีริบบิ้นสีแดงออกมาจากเมล็ด เธอดีใจมากนำริบบิ้นมาผูกให้กับลูกไก่ แต่ละวันเด็กผู้หญิงจะเฝ้ารอดูว่าจะมีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก เธอมีความสุขกับการได้ดูแลเมล็ดพืช รดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดดที่แรงกล้า วันที่ 30 เด็กหญิงเบื่อที่จะรดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดด และดูแลต้นไม้ เธอรู้สึกไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่จะออกมาจากเมล็ดพืชนั้นเหมือนแต่ก่อน เธอทิ้งต้นไม่นั้นไว้โดยไม่สนใจมันอีก..ต้นไม้เริ่มแห้งเฉาใบไม้เริ่มเป็นสีเหลือง ไม่มีอะไรออกมาจากเมล็ดพืชอีก.. วันที่ 180 ใบไม้เริ่มแห้งกรอบ ดินเริ่มแตกแยกเหมือนครั้งแรกที่เด็กหญิงเจอมัน..เธอเศร้าเสียใจอย่างมาก วันที่ 250 เด็กหญิงรดน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ...เธอมีความหวังที่จะได้พบสิ่งที่ทำให้ประหลาดใจอย่างที่เคยเป็น วันที่ 251 เธอนำกระถางมารับแสงแดดอ่อนๆตอนเช้าด้วยใจที่เบิกบานและเต็มไปด้วยความหวัง วันที่ 252 เธอใส่ปุ๋ยและพรวนดินให้ต้นไม้ มีลูกไก่ที่ผูกริบบิ้นสีแดงและปลาทองในโหลอยู่ใกล้ๆ วันที่ 300 การเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิดของเธอทำให้ต้นไม้กลับมาออกใบเขียวชอุ่ม..และที่น่าประหลาดใจคือ เมล็ดพืชกลายเป็นดอกสีแดงเล็กๆรูปร่างคล้ายหัวใจ... เด็กหญิงตื่นเต้นดีใจกว่าทุกครั้ง วันที่ 340 เธอร้องเพลงและพูดคุยกับดอกไม้สีแดงนั้นทุกเวลาที่ว่าง เธอรู้สึกมีความสุขมาก..ที่ได้คอยเอาใจใส่โดยไม่ได้สนใจว่ามันจะกลายเป็นอะไรต่อไป..เด็กหญิงไม่คาดหวังให้ดอกไม้กลายเป็นสิ่งใด เธอเพียงทะนุถนอมและดูแลมันอย่างดีที่สุด วันที่ 365 เด็กหญิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง กระถางตรงหน้าเธอไม่มีดอกไม้สีแดงรูปหัวใจอีกแล้ว ดอกไม้ที่เธอเฝ้าดูแลหายไป แต่เธอไม่เศร้า ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้ เพราะเด็กผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ริมหน้าต่าง เขาสามารถพูดคุยกับเธอ ยิ้มให้เธอ ไปทุกที่กับเธอ เข้าใจเธอ และเธอก็ไม่เคยเหงาอีกเลย เด็กผู้หญิงใช้เวลา 1 ปี ในการเรียนรู้เรื่องความรัก และในที่สุดเธอเรียนรู้ว่า 1. ต้นไม้แห่งความรัก หากรดน้ำ พรวนดิน ให้แสงแดดที่จัด และดูแลต้นไม้มากจนเกินไปไม่ได้แปลว่ามันจะเจริญเติบโต แต่มันอาจกลายเป็นสิ่งที่เธอคิดไม่ถึง อาจดูน่าสนใจแต่สิ่งที่ได้มานั้นจะนำมาซึ่งความผิดหวัง เสียใจก็เป็นได้ 2. การที่เราคาดหวังกับความรักมากเท่าไรเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวังเราจะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น และถึงแม้เราจะยอมรับที่จะสูญเสียแต่ก็ไม่มีทางหนีจากความเจ็บปวดได้ 3. ช่วงแห่งการดูใจกันหากจะรักใคร จงปลดปล่อย "คนที่รัก" ให้เป็นอิสระ หากรักนั้นย้อนกลับมา รักนั้นก็คือของเราและจะเป็นของเราตลอดไป หากรักนั้นมิได้กลับมา รักนั้นก็มิได้เป็นของเราตั้งแต่แรก 4. การเอาใจใส่กันเป็นสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงให้ความรักคงอยู่ต่อไป 5. ไม่มีคำว่าสาย สำหรับความรักแท้ เพราะ “รัก” เริ่มต้นใหม่ได้ด้วย การรู้จักให้อภัย รู้จักลืมสิ่งที่เคยผิดพลาดระหว่างกัน การรู้จักขอโทษ และไม่พยายามทำผิดอีก ความอดกลั้น อดทน ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบซึ่งกันและกัน ความเข้าใจซึ่งกันและกัน แล้วปรับความเข้าใจใหม่อยู่เสมอ ความไว้วางใจกัน ต่างต้องรู้จักเคารพในสิทธิส่วนบุคคลของกันและกัน จงยืนอยู่ด้วยกัน แต่ว่าอย่าใกล้กันนัก เพราะว่า ต้นไม้ใดๆ ก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันได้ ความเสียสละ ไม่ยึดติด ไม่เรียกร้อง และปราศจากเงื่อนไข คุณล่ะ......ใช้เวลาเท่าไรในการทำความรู้จักและพยายามเข้าใจในคำว่า "รัก"..... และคำว่า "รัก"ของคุณเป็นเช่นไร
Wednesday,Feb 14 2007, 11:44:31 AM4 ข้อที่สาวๆไม่ควร
ถึง 4 ข้อเล่านี้จะฟังดู โง่ๆก็เถอะ แต่ก็นะ เพื่อจะมีคนถามจิงๆ ...O_O
อ่ะๆ ดูกาน~~~
1. "คุณคิดว่าผู้หญิงคนนั้นสวยมั้ยคะ?"
คุณลองเอาใจเขามาใส่ใจเราสักนิดว่า ถ้าหากเราโดนคำถามแบบนี้เข้าบ้าง เราจะตอบยังไงให้ถูกใจได้ล่ะ ถ้าแฟนหนุ่มของคุณตอบว่า "สวย" ล่ะ ตัวคุณจะคิดยังไง คุณจะต้องวิตกจริตกับความสวยของตัวคุณล่ะ
ว่าผู้หญิงคนนั้นกับคุณ ใครจะสวยกว่ากัน อย่าบอกนะว่าคุณจะไม่คิดอะไรเลย แต่ถ้าแฟนคุณบอกว่า "ไม่สวย" ล่ะ คุณก็จะต้องบอกว่าเขาโกหกแน่ๆ จริงมะ
2. " ฉันอ้วนไปรึเปล่า?"
อยากให้เขาบอกความจริงหรืออยากฟังคำโกหกของเขามากกว่ากันละ กระจกน่าจะเป็นคนตอบคำถามนี้ได้ดีกว่าแฟนคุณนะ
ถ้าคุณเกิดความสงสัยว่าคุณกำลังจะอ้วนไปแล้ว นี่ก็คือคำตอบของคุณเองที่มีอยู่ในใจแล้วล่ะ ว่าคุณไม่พอใจในรูปร่างของคุณ เพียงแต่ว่าคุณต้องการความมั่นใจมากขึ้นเท่านั้นเอง
3. "แฟนเก่าคุณเป็นคู่รักที่ดีกว่าฉันรึเปล่า?"
ถ้าดีกว่าแล้วจะเป็นอย่างไร แล้วถ้าคุณดีกว่าคุณจะดีใจไปทำไม เพราะเขายังไงก็อยู่กับคุณอยู่แล้วในวันนี้
อดีตของเขาอาจจะเป็นความทรงจำส่วนตัวของเขา การที่เราจะไปก้าวก่ายก็อาจจะเป็นการทำให้ความสัมพันธ์ของคุณ สั่นคลอนก็ได้ มั่นใจในตัวเองเข้าไว้ค่ะ
4. "คุณว่าเราจะคบกันไปได้ถึงไหน?"
เป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบได้ นอกจากคุณ 2 คนเองนั่นแหละที่จะต้องคอยประคับประคองความสัมพันธ์ คุณจะไปได้ถึงไหนกันถ้ามัวแต่มาถาม
คำถามเหล่านี้ คุณอาจกำลังบ่อนทำลายความรู้สึกที่ดีของกันและกันก็ได้นะคะ เหมือนเพลงที่ว่า "ไม่มีใครรู้ว่ารักจะเป็นเช่นไร ไม่ใครรู้ว่รักจะเปลี่ยนไปเมื่อไร แต่ที่รู้ก็คือ... วันนี้รักเธอ และจะทำเวลาที่มีให้งดงาม ..."
O_O...~~, หวังว่าไม่คัยเคยถามงี้น๊า
แต่แฟนเก่าเราถามด้วยแหละว่า " เทอว่าเราอ้วนปะ" O_O
ฮะๆๆ สงสัยเรยเลิกกานไปมั้ง...T_T
Tuesday,Feb 13 2007, 04:50:33 AMผู้ชายจะมองผู้หญ
เวลาออกเดทกับใคร อยากรู้มั้ยว่าผู้ชายเขาคิด อย่างไรเกี่ยวกับตัวเราบ้างนะ และนี่เป็นอีก 10 อย่างที่ผู้ชายมักมองเห็น และใช้ประเมินตัวตนที่แม้ของหญิงคนนั้นภายใน 10 วินาทีแรกที่เจอกัน
1. ความมั่นใจ
ผู้ชายส่วนใหญ่มักมองหาความมั่นใจในตัวผู้หญิงเป็นอันดับแรก
ซึ่งสังเกตได้จากการทักทาย น้ำเสียง และการสบตา
หากคุณสามารถพูดคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติก็ถือว่าชนะใจเขาไปเกือบครึ่งแล้วละ
2. ความเพอร์เฟ็กต์
ผู้หญิงที่ดูดีไปซะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า
หรือแม้แต่กระทั่งเล็บเท้าที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างกิ๊บเก๋ มีสไตล์
มักทำให้ผู้ชายคิดว่า เธอดูเพอร์เฟ็กต์เกินไปหรือดูเชี่ยวเกินไป
ซึ่งอาจหมายความรวมไปถึงเจ้าชู้มากเกินไปนั่นเอง
3. ความเซ็กซี่
แน่นอน ผู้ชายมักชอบมองผู้หญิงที่ความเซ็กซี่อยู่แล้ว
แต่ความเซ็กซี่ก็ไม่ได้ตัดสินจากหน้าตาหรือเสื้อผ้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
แต่มันรวมไปถึงกิริยาท่าทาง น้ำเสียง และการใช้สายตาด้วยต่างหากล่ะ
ถึงแม้ว่าคุณเกิดมาหน้าตาไม่สะสวยอย่างอั้ม-พัชราภา
แต่หากฉลาดที่จะแสดงออก อย่างเช่น แทนที่จะทักทายเฉยๆ ก็ลองสบตาสักครู่
พร้อมกับแย้มริมฝีปากนิดๆ ก็ทำให้คุณ กลายเป็นสาวที่น่าค้นหาได้เลย
4. โสดหรือเปล่า
ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะแอบสังเกตว่า คนที่ปลื้มอยู่นั้นมีเจ้าของหรือยัง
ซึ่งมองได้จาก หากมีชายหน้าตาดีเดินผ่านมา
หญิงที่มีแฟนอยู่แล้วมักจะทำได้แค่มองเพียงแวบเดียว แต่ถ้ายังโสดอยู่ละก็
อาจถึงขั้นหันไปทั้งตัวได้เลยนะ
5. นิสัยชอบชิงดีชิงเด่น
ในกรณีที่คุณกำลังดินเนอร์กับชายหนุ่มอยู่นั้น
เผอิญมีหญิงไม่ทราบที่มาเดินเข้ามาทักเขาเฉยเลย
แถมยังทำมึนไม่เห็นคุณอยู่ในสายตาอีกด้วย
ถ้าหากคุณเกิดโวยวายและมองอย่างเกรี้ยวกราดละก็ เขาคงไม่แฮปปี้แน่ๆ
แต่ถ้าคุณทำสุขุมและนิ่งเฉย
นั่นแหละจะสร้างความประทับใจให้กับเขาอย่างไม่รู้ลืมเลยละ
6. สายตาจ้องจับผิด
เมื่อคุณถูกแนะนำให้รู้จักกับชายหนุ่มคนหนึ่ง อย่า!
ใช้สายตาเพื่อสแกนเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าเชียวนะคะ เพราะผู้ชายคงจะไม่ชอบแน่
หากโดนจับจ้องด้วยสายตาแบบนี้
7. ความ Friendly
ผู้ชายส่วนมากมักมองหาความเป็นมิตร ความเรียบง่ายๆ สบายๆ
และมีอารมณ์ขันในตัวหญิงสาว
เพราะเขาจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อต้องออกเดทกับคุณไงล่ะ
8. รูปร่าง
รูปลักษณ์ภายนอกก็เป็นสิ่งสำคัญ
ถึงแม้ว่าหุ่นคุณจะไม่เซ็กซี่อย่างน้องแตงโม
หรือหน้าตาไม่น่ารักถึงขั้นน้องมด
หากแต่มีความมั่นใจในรูปร่างของตัวเองแล้ว
บุคลิกที่แสดงออกมาก็จะดูดีไปด้วย
แถมยังช่วยสร้างเสน่ห์ให้กับตัวคุณแบบไม่รู้ตัวอีกด้วยนะ
9. จู้จี้ขี้บ่น
ผู้ชายมักจะสังเกตผู้หญิงว่าจู้จี้ขี้บ่นหรือไม่จากการดูว่าคุณชอบขอเปลี่ยนเก้าอี้บ่อยๆ
หรือเปล่า หรือชอบเล่าว่าวันนี้เจอปัญหาอะไรมาบ้าง ทั้งๆ
ที่มันเป็นแค่เดทแรกระหว่างเขากับคุณ!
10. กำลังต้องการใครสักคน
เวลาที่เจอผู้ชายในเสปคที่ทั้งหล่อ เท่ และรวยสุดๆ หากคุณเผลอแสดงอาการปลื้มจนเวอร์ออกไปแล้ว อาจทำให้เขารู้ว่า คุณน่ะคงจะเพิ่งผ่านการอกหักมาหมาดๆ และกำลังมองหาเสาหลักอันใหม่อยู่แน่ๆ
Sunday,Feb 11 2007, 09:41:15 AMทายนิสัยผู้ ญ จากท
รุแล้วก็ระวังตัวหน่อยนะจ้า คุนผู้ ญ ทั้งหลาย....อิๆๆ
ถ้า ไม่อยากถูกคัยเข้าใจผิดละก้อนะ มาดูกาน..XP
1. ผู้หญิงที่นั่งแล้วเอาเท้าข้างหนึ่งยกขึ้นไว้บนเก้าอี้
ว่ากันว่า: มีฐานะสูงศักดิ์มาก มีชีวิตจิตใจมั่นคง อยู่กับสติปัญญายิ่งกว่าอารมณ์ จิตใจแน่วแน่มั่นคงและไม่ชอบคบหาสมาคมกับเพื่อนฝูง
2. ผู้หญิงที่นั่งหัวเข่าไขว้กัน
ว่ากันว่า: มีความสำรวมตัวเองมาก และจะระวังเพศตรงข้ามที่ไม่ซื่อสัตย์กับตัวเองเสมอ
3. ผู้หญิงที่นั่งห้อยเท้าทั้งคู่ลงมาตรงๆ
ว่ากันว่า: มีความซื่อสัตย์และมีอำนาจอยู่ในตัวเอง รักความยุติธรรมสามารถดูแลบ้านเรือนได้
4. ผู้หญิงที่นั่งแล้วใช้เท้าย่ำพื้นอยู่เสมอ
ว่ากันว่า: เป็นคนที่ไม่ย่อท้อต่อความลำบาก มีความเสียสละและเป็นแม่บ้านที่ดี ถ้าแต่งงานกับผู้ชายคนไหน ผู้ชายคนนั้น ก็จะมีความสุขและสบายใจไปทั้งชาติเชียวแหละ
5. ผู้หญิงที่นั่งลงแล้วใช้หน้ารองเท้าถูผ้านุ่ง
ว่ากันว่า: ไม่มีนิสัยเสียหายอะไร รู้จักทำตัวให้เพื่อนๆ นับถือ ไม่เคยคิดที่จะเอาเปรียบคนอื่น
6. ผู้หญิงที่นั่ง โดยใช้เท้าทั้งสองข้างไขว้กัน
ว่ากันว่า: ผู้หญิงแบบนี้มีความพอใจที่จะมีหน้าตาดีเด่น ไม่ชอบทำงานบ้าน แต่มีน้ำใจกว้างขวาง ชอบความสุภาพเรียบร้อย เมื่อเข้าสังคมจะเป็น คนที่มีมารยาทมาก
7. ผู้หญิงที่นั่งเอาเท้าทั้งสองข้างไขว้ทับกัน หรือที่เรียกว่านั่งขัดสมาธิ
ว่ากันว่า: จะเป็นคนที่ระมัดระวังตัวเองเกินไป จนกลายเป็นความหวาดระแวง ในใจจะมีแต่ความรุ่มร้อน ไม่มีความสบายใจ เธอจะเสาะแสวงหาสิ่งที่ดีงาม แสดงให้เห็นว่าเธอมีความทะเยอทะยาน ดิ้นรน และใฝ่สูง เป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
8. ผู้หญิงที่นั่ง กางอ้าเท้าทั้งสองข้าง ห่างจากกัน
ว่ากันว่า: ชอบแสวงหาความสุข แต่ไม่รู้จักประมาณตัวเอง มีจิตใจดีงาม ชอบความสงบ มีน้ำใจโอบอ้อมอารี และเมตตาปรานี มีความจริงใจและรักความยุติธรรม
9. ผู้หญิงที่นั่ง แล้วใช้เท้ายกเท้าทั้งสองข้าง ขึ้นวางบนมุมเก้าอี้
ว่ากันว่า: ชอบเอาแต่ใจตัวเอง ดื้อรั้น ชอบพูดประจบประแจง เข้ากับคนอื่นได้ยาก ชอบอยู่อย่างโดดเดี่ยว
10. ผู้หญิงที่นั่งแล้วมักยกเท้าข้างหนึ่งวางพาดไว้บนหัวเข่า
ว่ากันว่า: เป็นคนมีเสน่ห์ พูดเก่ง และเป็นคนที่รู้จักชีวิตมาก
XD, Hope everyone enjoy it na..^^,~~~~



