pom's Homepage


Albums:
See All 1 Albums...
My Origami Works
Journals:
See All 5 Journals...
ส้มโอเล่าเรื่อง เ...
Tuesday,Jul 4 2006, 02:34:13 PM

อ่านเรื่องนี้และเรื่องอื่นๆของปอมได้ที่นี่

http://pomme4you.spaces.msn.com/blog/cns!65958CFB43F58A14!246.entry?_c=BlogPart

ว่าด้วยผู้หญิงเจ้าเสน่ห์
 
หลายต่อหลายครั้งที่เราพบว่าผู้หญิงมีเสน่ห์ตรงที่
พวกเธอสามารถควบคุมสิ่งรอบๆตัวไว้ได้
 
บางคนโดดเด่นที่ความมั่นใจ
บางคนโดดเด่นที่ความสดใส
และบางคนก็โดดเด่นที่ความคิด
 
ความเจ้าเสน่ห์ที่ว่านี้ คือ Charm ที่ได้มาแต่เกิดจริงๆ
ไม่ใช่มาเมคเอาทีหลัง 
อันที่จริง
คนทุกคนก็สามารถบริหารเสน่ห์กันได้จริงนั่นแหละ 
...แต่ไม่นับ 
เสน่ห์ที่ว่านี่ก้อคลิก กิ๊ก กั๊ก เฉพาะบุคคลเท่านั้น
ไม่ได้เป็นลักษณะที่สาธารณชนจะเห็นพ้องไปด้วยทุกคน
 
ในบรรดาเพื่อนๆทั้งหมด (ในสายตาของนักพับกระดาษ)
ออเป็นคนมีเสน่ห์ตรงที่ความมุ่งมั่น
โบ(กะหล่ำ)มีเสน่ห์ตรงที่ความเบิกบาน
ขีดเส้นใต้คำว่า "บาน" สิบแปดเส้น
จัยมีเสน่ห์ตรงที่เธอลึกลับน่าค้นหา
นังหลิน ซึ่งคนทั่วไปก็ admire เธออย่างสุดฤทธิ์อยู่แล้ว
ก้อมีเสน่ห์ไปหมดทุกกิริยาท่าทาง
คือเกิดมาพร้อมกับประกาย วิ้ง วิ้ง ระยิบระยับเลย...ว่างั้น
ป้อ(วิมล) ก็มีเสน่ห์ที่ความเปิ่นของมัน
เปิ่นให้ตายยังงัยก้อดูดี ดูน่ารักไปหมด
จนอดอิจฉามันไม่ได้ 
หนู(ฤทัย)อีกคนเจอครั้งแรกแล้วปิ๊งเลย
เต็มเปี่ยมไปด้วยความสดใสและมองโลกในแง่ดี
แต่หลังจากที่มันโดนโถมกระหน่ำด้วยงาน เรียน
และความรัก ไปพร้อมๆกัน
ดีกรีความเจ้าเสน่ห์เลยลดฮวบลงอย่างน่าตกใจ
ส่วนในบรรดาผู้ชายทั้งหมดในโลก
ก็ยังไม่เห็นมีใครที่จะสู้เราได้สักคน หุ หุ หุ
 
อันนี้ไม่ได้เรียงตามลำดับดีกรีความฮ็อตแต่ประการใด
เรียงลำดับตามความระลึกได้
ส่วนใครไม่มีชื่อในลิสต์นี้ก้อคงดีใจไปตามๆกัน
 
ผู้หญิงมักมีเสน่ห์ที่รอยยิ้ม
โดยเฉพาะคนที่หน้าใสไร้สิวยิ่งมีเสน่ห์ใหญ่เลย
รอยยิ้ม หรือการชะม้อยชะม้าย คล้ายชะนีของเธอ
อาจหยุดจังหวะการเต้นของหัวใจ 78 ครั้งต่อนาทีของเราได้
ว่างั้นเลยนะ
 
ผู้หญิงมักมีเสน่ห์ที่ความสามารถพิเศษ
เช่น สีซอสามสาย อบบราวนี่ ต้มแกงเลียง เต้นซัลซ่า
อะไรทำนองนี้ ก็อาจเป็นผลให้
ผู้ชายต้องคิดวนเวียนถึงแต่เธอ
 
ไพ่ยิปซีที่เหมาะกับเธอเหล่านี้ก็คือ
ไพ่จักรพรรตินี - The Empress
เธอคือผู้ทรงพลังอำนาจ
คลีโอพัตตราแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์!
เธอคือผู้ที่สามารถควบคุมสิ่งต่างๆรอบตัวได้อย่างดีเยี่ยม
ผู้สยบทุกความเคลื่อนไหว
ผู้เก็บเกี่ยวผลผลิตอันอุดมสมบูรณ์
 
หากใครได้ไพ่จักรพรรดินีเป็นไพ่ประจำตัวแล้ว
คุณเป็นบุคคลผู้โชคดี
เป็นผู้ที่มักจะสมหวังอยู่เสมอๆ
มีช่วงขาขึ้นที่แสนจะยาวนาน
และช่วงขาลงอันสั้น
การรอคอยของคุณมักไม่สูญเปล่า
คนรอบข้างมักหลงใหลคุณ
และตามใจคุณเสมอ
คุณมักจะชนะในการโต้แย้ง
สิ่งต่างๆมักเป็นใจให้คุณเสมอ
แม้ว่าคุณอาจจะไม่ได้ทำอะไรมากนักก็ตาม
คุณรู้สึกว่าคุณเป็นคนที่น่าอิจฉาคนหนึ่ง
ใช่ไหมล่ะ
 
อย่างไรก็ดี คุณมักมีปัญหาเรื่องความอดทน
ขอให้คุณฝึกความอดทนอีกนิด
ชีวิตยังไงก็รุ่ง
 
ถ้าชีวิตเรามันหาเสน่ห์ไม่ได้เลย
ก้ออย่าเพิ่งโทษเทวดาฟ้าดินที่ไหน
ยังไงๆก็ต้องมีผู้ชายที่ตาบอดหลงเข้ามา
ฮุบเหยื่อค้างปีของเราเข้าสักวัน (แน่ๆ)
 
เมื่อถึงวันนั้น เราก็งัดแทคติก ที่ข้าพเจ้าจะให้
ต่อไปนี้ นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
The Empress ปลอมๆอย่างเราพร้อมปฏิบัติการแล้ว
 
กระบวนท่าที่หนึ่ง "อวี๋ เซี่ย หนิง เถี่ย หลี ฮวา"
แปลเป็นไทยว่า...รุก รับ ร่น ถอยไร้จังหวะ ดุจหมูป่าเมายาบ้า
หญิงพึงศึกษาว่า เธอต้องแสดงออกให้เหนือการคาดเดาได้
เช่น เมือชายชวนไปกินข้าว ดูหนัง
เราต้องมีฟุตเวิร์กให้การรับนัด
นัดแรกว่าง นัดสองไม่ว่าง หาเรื่องติดธุระมาหนึ่งเรื่อง
ย่าป่วย นัดหมาที่บ้านไปวิ่งจ้อกกิ้ง เพื่อนอกหัก
สารพัดอย่างที่จะเอามาอ้างได้
ข้ออ้างที่อยากจะแนะนำให้ไปใช้กัน ก็คือ
ข้ออ้างที่อ้างแล้วทำให้เราดูดี
เช่น ไปออกกำลังกาย ไปเรียนภาษาอังกฤษ
ไปเรียนทำอาหาร ไปสอนหนังสือคนตาบอด
อย่างนี้เรียกว่าอ้างได้สร้างสรรค์
รับสองเด้ง รูดปื้ด รูดปื้ด
เด้งแรก เขารู้สึกว่าเราไม่หมู
เด้งสอง เราเป็นคนมีความพิเศษ รักตัวเอง น่าสนใจ
ไม่แนะนำให้อ้างอะไรที่ดูโง่ เช่น
ไปช้อปปิ้ง ไปร้องคาราโอเกะ ไปทวงหนี้
ไปแทงหวย ไปกับผู้ชายคนอื่น เป็นต้น
อย่างนี้เราจะเปิดช่องว่างความอีเดียด
ให้เขาเกิดเหตุผลจะไม่ชอบเราได้
 
 
กระบวนท่าที่สอง ได้มาจากเกาหลี
" มัน เจ ซุก ดอ ตุง ปั้ก"
แปลได้ความว่า...เราไม่ใช่ของตลาดนัด เราน่ะดอกฟ้า
หญิงพึงศึกษาว่า ผู้ชายน่ะชอบล่าเหยื่อ
ไม่ชอบถูกล่า
ดังนั้นถ้าชายนั้นโทรมาหา เราต้องคุยบ้าง
ไม่คุยบ้าง คุยสั้นบ้าง คุยสั้นโครตบ้าง
และไม่คุยนานเด็ดขาด ชิงวางสายก่อนทุกครั้ง
เขาจะได้ไม่รู้ว่าจริงจริง...
เราหิวผู้ชายไส้จะขาดอยู่แล้ว
เขานัดเราตอนเช้า จะเจอตอนเที่ยง
อย่าไปรับนัด ให้เลื่อนไปอีก 48 ชั่วโมง
หรืออย่างน้อยไม่ควรต่ำกว่า 24 ชั่วโมง
แล้วแต่ดีกรีความเล่นตัวของเราจะรุนแรงแค่ไหน
สร้างนิสัยให้เขาเรียนรู้ว่า
จะเจอเราแต่ละครั้งมันยากแค่ไหน
ต้องนัดล่วงหน้า
ต้องกรอกแบบฟอร์ม
ต้องผ่านพ่อ ผ่านแม่ ผ่านแมวข้างบ้าน
ต้องรอฤกษ์ลิ่วแป๊ะทง อะไรก็ช่าง...
 
กระบวนท่าที่สาม
บันทึกไว้ในหลักศิลาจารึกขอมโบราณ
"โซ จบังเฆเฆียะแมปรา"
หมายความว่า เปิดเผยความรู้สึกดั่งจันทราเดือนมืด
หญิงพึงศึกษาว่า เราต้องไม่ตอบคำถามต่อไปนี้
เธอรู้สึกอะไรกับเราไหม?
เธอคิดถึงเราบ้างไหม?
เธอรักเราบ้างไหม?
เรามีโอกาสบ้างไหม?
หรือคำถามในทำนองเดียวกันนี้
เพราะผู้ชายจะคอยจ้องหาจุดอ่อน
หากเราเผลอไผลแง้มความในใจ
ชายจะตีบทโศกทันที
โดยไม่ต้องรอเสียงขลุ่ยมาช่วยบิ้วท์อารมณ์
หญิงจะบังเกิดความสงสาร
ดวงแขก็จะถูกเผด็จดัสกรในมิช้าพลัน...
หญิงจะต้องสำรวมกิริยาท่าทาง
คำพูด และข้อมูลส่วนตัวของตนให้ดี
เพราะยิ่งถ้าเขารู้เรื่องเราเยอะมากขึ้นเท่าไหร่
เราก็จะยิ่ง "น่าค้นหา" น้อยลงเท่านั้น
ระวังถ้อยคำหยาบคาย ไม่เสนาะเพราะพริ้ง
ระวังการเต้น การพลิ้วที่เกินควร
ระวังการวีนแตกที่อาจจะหลุดออกมาเมื่อคุณโกรธ
 
เพียงเท่านี้
The Empress กำมะลออย่างเรา
ก้อสามารถคว้าหัวใจชายหนุ่มรูปงาม
ได้ไม่ยากเย็นนัก
(รูปงาม แต่ขาดวิจารณญาณในการรับชม)
 
ขอเสน่ห์จงสถิตย์อยู่กับท่านทุกคน
 
นักมายากลเอง

ส้มโอเล่าเรื่อง เ...
Tuesday,Jul 4 2006, 02:27:54 PM

อ่านเรื่องนี้และเรื่องอื่นๆได้อีกที่นี่

http://pomme4you.spaces.msn.com/blog/cns!65958CFB43F58A14!219.entry?_c=BlogPart

ปับ ป้าบ วิ้ว และญาณหยั่งรู้
 
การเดินทางของไพ่ในสำรับไพ่ยิปซีได้มาถึงไพ่ใบที่สามแล้ว
(ใบที่สาม แต่หมายเลข 2 นะจ้ะ เพราะเดอะ ฟูล หมายเลข 0)
 
ไพ่เดอะ ฟูล  เปรียบได้กับ ผู้ไม่รู้
ไพ่เดอะ แมจิกเชียน คือ ผู้ใฝ่รู้ และขวนขวายหาความรู้
ไพ่The High Priestess (แปลเป็นไทยว่า นักบวชหญิง) ก้อคือ ผู้ล่วงรู้ โดยไม่รู้นั่นเอง -- "knows without knowing" เท่ไหมล่ะ เราคงไม่คุ้นว่านักบวชหญิงคืออะไรใช่ไหมล่ะ ก้อในศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเรา ไม่มีภิกษุณีเหลืออยู่อีกแล้วนี่
 
ในสมัยโบราณ นักบวชหญิงมีความสำคัญไม่แพ้นักบวชชายเลยทีเดียวนะ บางลัทธิ บางศาสนา
นักบวชหญิงเป็นสัญลักษณ์จำเป็นด้วยซ้ำ คนโบราณเชื่อว่า ผู้หญิงมีสัญชาตญาณที่ละเอียดอ่อนกว่าผู้ชายมาก
และมักจะมีสิ่งที่เรียกว่า "เซ้นส์" นั่นเอง ในบางท้องถิ่นจึงมีการนับถือผู้หญิง จัดให้ผู้หญิงเป็นใหญ่ในเผ่า
ไพ่ใบนี้ ก้อคือ สัญลักษณ์ของ ญาณหยั่งรู้ ครับผม เป็นลักษณะที่มาเติมเต็ม The Magician ซึ่งขาด - เซ้นส์ - น่ะ
 
หากใครมีไพ่ใบนี้เป็นไพ่ประจำตัวแล้วล่ะก้อ คุณเป็นคนที่มีสัมผัสพิเศษที่หวังผลได้ สิ่งที่รู้สึกได้มักจะถูกต้อง
ในวิชาเรียนก้องัดเอา verb to เดา มาใช้ได้ผลดีเยี่ยม มักจะรู้ล่วงหน้า มีลางบอกเหตุ สัมผัสไว ทุกลักษณะที่จะบ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่ทำอะไรตาม flow ไปได้เรื่อย ไม่ต้องใช้เหตุผลมาก ถ้าดูเรื่อง Star Wars ก้อเหมือนกับที่เจไดถูกพร่ำสอนมาว่า
"อย่าเชื่อในสิ่งที่คิด มั่นใจกับสิ่งที่รู้สึก" เวลาที่เจไดดวลดาบลำแสงกัน เขาสู้กันที่เซ้นส์ ไม่ใช่การฝึกฝนกระบวนท่า
 
ใครที่เป็น The High Priestess มักจะมีลักษณะเป็นผู้หญิงมากมาก เป็น Faminine น่ะ
อ่อนโยน มีเมตตา ขี้สงสาร ใจอ่อน ชอบช่วยเหลือคนเดือดร้อน เข้าอกเข้าใจ ละเมียดละไม ไม่หยาบกระด้าง
มันมักจะมาเป็นแพ็คเก็จ แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะอาจมีอิทธิพลจากไพ่ใบอื่นแฝงอยู่ได้ด้วย
 
ในด้านการงาน ด้านความรัก ด้านการเงิน เธอมักจะทำตามสิ่งที่หัวใจเธอบอก
โอ้ย...แต่นั่นไม่ใช่คำพูดสวยหรูที่ฟังดูดี เหมือนหนังรักโรแมนติกนะจ้ะ
เพราะเมื่อเวลาผ่านไปเธอเกิด "รู้สึก" ว่าคนนี้ไม่ใช่ หรือสิ่งนี้ไม่ใช่ เธอก็จะทำตามสิ่งที่หัวใจเธอบอก เช่นกัน
ผลลัพธ์เป็นงัยจอร์จคงไม่ต้องอธิบายมาก
 
หากคุณคุณจำพวก The High Priestess พลาดขึ้นมา
หึ...ก้อโดนเต็มๆ เหมือนกัน ดันไปเชื่อความรู้สึก สม
อ้อ..คนเขียนเป็น The Magician ฮะ เลยไม่เข้าข้างเธอ เพราะเราไม่เชื่อในลางสังหรณ์
หากว่าคุณ High Priestess ทำเซ้นส์พลาดล่ะก้อ กลับไปดู Star Wars ภาค 2 นะ
อนาคิน สกายวอคเกอร์ (ผู้ที่ถือว่ามีพรสวรรค์มากที่สุดในหมู่เจได) ต้องกลายเป็นไอ้ด้วน ก็เพราะของมันพลาดกันได้
คุณควรปล่อยโฮออกมาซะ ไม่ใช่ หัวเราะนะ ร้องไห้โฮจ้ะ
นั่นจะช่วยเธอได้ หรือลองตะโกนดังๆ ให้ความคิดมันปลอดโปร่งหน่อยก็ดีครับ
สถานการณ์มันเกิดพลิกล็อคอย่างนี้ อืมม.. มันก็ต้องช็อคเป็นธรรมดา
กลับไปชาร์จพลังจิตกันใหม่นะจ๊ะ
นักมายากลหวังดี
 
นักบวชหญิงคนนึงเข้ามาทักผมในกลางดึกคืนหนึ่ง
คือนักมายากลออนไลน์อยู่ ไม่ใช่เดินเตร็จเตร่อยู่ทองหล่อซะที่ไหน
เขาบอกว่าจะขอคำปรึกษา
เรื่องของเธอมันเป็นอย่างนี้ฮะ
 
เธอเป็นผู้หญิงแสนดี ประเภทเก็บเนื้อเก็บตัว เลิกเรียนแล้วกลับบ้าน ทำนองเนี้ย
ไม่ไปเที่ยวไหนต่อเลย ตอนนี้ทำงานแล้ว ก้อยังทำตัวเหมือนตอนเรียน
รีบทำงาน ทำเสร็จ กลับบ้าน กลัวบ้านหายหรือครับ
เธอไม่เคยเปิดตัวเอง ไม่น่าแปลกใจใช่ไหมครับที่เธอยังไม่มีแฟน
คานทองจะช้อนขึ้นอยู่มะรอมมะร่อ
ดันมีชายหนุ่มสองคน หน้าตาค่อนข้างดี หลงเข้ามาในชีวิตเธอ
(ขอแซวหน่อยเถอะ แต่ความจริงเธอหน้าตาดีเลยแหละ นิสัยก้อดี)
ชายหนุ่มทั้งสองทำทีไม่ได้คิดอะไร แต่พอได้คุยกันไปได้สักเดือน
เริ่มเปลี่ยนท่าทีเป็นหยอด หนึ่งดอก สองดอก เก็บพอยท์กันไป
เธอเริ่มหวั่นไหว (ฟังดูคุ้นๆไหมคับ เหมือนตัวเองรึเปล่า)
นักบวชหญิงของเรา ก็เลยลองปรึกษากับนักมายากลดู เพราะนักมายากลดูจะเชี่ยวชาญ
 
เธอว่าเค้าสองคนดีป่ะ เราเริ่มรู้สึกนิดๆแล้วอ่ะ เราทำไงดีเธอ?
 
นักมายากลส่ายหน้า
นึกในใจนักบวชหญิงเมื่อเจอเรื่องแบบนี้ครั้งแรก กลายเป็นเดอะฟูลไปซะได้...เฮ้อ
นักมายากลเริ่มเลกเชอร์ต่อไป
ความรักก็เหมือนไฟน่ะแก ใช้ให้ถูกก็มีคุณ แต่ถ้าไม่รู้จักใช้ ก็ลุกลาม...หมดกัน ไม่ใช่ว่าจะต่อต้านความรัก แต่ถ้าแกจะมีความรัก แกต้องรู้จักบริหารความสัมพันธ์
 
นักมายากลสาธยายวิชา "บริหารความสัมพันธ์ 101"ต่อไป
ก่อนอื่น แกต้องเข้าใจว่า
 
1.ผู้ชายคือเพศผู้ ต้องเจ้าชู้เป็นธรรมดา แล้วแต่ว่าดีกรีมากน้อยขนาดไหน และเขาเปิดเผยให้แกรู้มากแค่ไหน
 
2.ผู้ชายมักคิดลงต่ำ ต่ำแค่ไหน เราไม่รู้ แล้วแต่กรณี แล้วแต่คน แล้วแต่แรงดึงดูดของโลก
 
3.ผู้ชายเป็นสัตว์บริโภคทางสายตา เห็นเว้าโค้งเนียนแน่น เราจะล็อคเป้าหมายอัตโนมัติ จากนั้นจะตั้งเป้า หรือเป้าตั้งก้อแล้วแต่ปัจจัยแวดล้อม
 
4.ผู้ชายจะปิดการขายให้เร็วที่สุด คือการใช้แทคติกที่ผู้หญิงมักจะหลงกลอย่างง่ายง่าย คือ "หลอกให้ตายใจ แล้วรวบหัว รวบหาง กินกลางตลอดตัว" พวกผู้หญิงไมล์สะสมต่ำจึงมัก...โดนซะ ส่วนแทคติกอื่นๆต้องเรียนละเอียดอีกทีใน "บริหารความสัมพันธ์ 102" นะจ๊ะ....เด็กโง่
 
5.ผู้ชายส่วนใหญ่(มาก) จะเปลี่ยนไปหลังจากได้เต๊าะจนเบื่อแล้ว
 
นักบวชหญิงเราได้ยินกติกาเบื้องต้นแล้ว แทบจะกลับวิหารไปสวดมนต์ต่อทันที
โหยย... งั้นเราไม่ยุ่งแล้ว
นักมายากลส่ายหน้าอีก
ถ้าแกมัวแต่หนีอย่างเนี้ย แล้วเมื่อไหร่แกจะฉลาดขึ้นฮึ
แกคิดบ้างดิ ประสบการณ์สอนให้เราเก่ง การบริหารความสัมพันธ์ต้องอาศัยการฝึกฝน (นักมายากลพูดวกเข้าเรื่องการฝึกฝนที่เขาถนัด)
โบราณว่า รักแรกเก็บไว้ในใจ รักต่อไปคือกำไรชีวิต , ชายแรกคือความรู้ ชายชู้คือประสบการณ์
เข้าใจ๋ (เอ่อ อย่าจริงจังกับสุภาษิตโบราณมากนักก้อดีนะ)
 
เอางี้ เราจะให้กฎเหล็กเลี่ยมทองฝังเพชร 3 ข้อ เอาไว้ใช้
สำหรับมือใหม่อย่างเธอ
 
1. ดูกันให้นานที่สุด อย่าเป็นแฟนกับใครง่ายๆ เพราะเรารู้ว่าผู้ชายจ้องจะปิดการขายเร็วๆ แต่ลักษณะของผู้ชายก็ชอบความท้าทายด้วย ดังนั้นหญิงพึงระลึกไว้เสมอว่า ต้องทำตัวให้เป็นโจทย์ที่ยากเข้าไว้ มันจะได้มีคุณค่า อย่าได้เปิดอ้าซ่าให้ชายรู้ว่าเราก็แอบชอบเขาเหมือนกัน ใช้แทคติก "ลักปิดลักเปิด" โต้กลับ แง้มบ้าง ปิดบ้าง คลุมเครือๆ ดูมีลุ้น
 
2.อย่าสงสาร ลักษณะผู้หญิงชอบไปสงสาร ไม่มีเหตุผล ผู้ชายจีบหญิง มันก็ต้องทำทุ่มเท ทำน่าเห็นใจ เป็นธรรมดา ร้อยละ 90 ตีบท "จะตายให้ได้ถ้าขาดความรักจากเธอ" พร่ำเพ้อพรรณาโวหารต่างๆ หญิงพึงระลึกเสมอว่า หลักสูตรเดียวกันหมดทั้งโลก เธอต้องรู้ทันเขา เวลาที่เขามาจีบเรานี่ล่ะ โอกาสทองที่ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายคุมเกม ถ้าอยากบริหารความสัมพันธ์ หญิงต้องคุมเกมให้ได้ หลังจากที่เขาได้เต๊าะเราแล้ว จอร์จก็ไม่กล้ารับประกันหรอกว่า เขาจะเหมือนเดิม ไม่งั้นโฟร์-มด ไม่ร้องหรอกว่า "เปลี่ยนกันมั๊ย ให้เธอเป็นคนถูกทิ้ง มาเป็นผู้หญิงที่ต้องไม่มี ไม่เหลือใคร..."
 
3.หญิงพึงรู้ว่า ห้ามให้ชายถูกเนื้อต้องตัว จับ โอบ แตะ จูง หมับ ปับ ป้าบ วิ้ว ...อะไรก็ห้ามหมด เพราะเค้าสร้างผู้หญิงกับผู้ชายมาคู่กัน การสัมผัสเป็นการเปิดโอกาสให้ฟ้าแล่บ สปาร์คแผ่บๆ เกิดหญิงนั้นเครื่องติดขึ้นมา โอ้ย...ช้างก้านกล้วยก็ฉุดไม่อยู่จ้า จอร์จไม่ต้องบอก ซาร่าเข้าใจนะ
 
กฎ 3 ข้อนี้สำคัญมากมาก พลาดข้อไหนแล้ว โดมิโนเอ็ฟเฟ็ก ศีลจะขาดต่อเนื่อง และบางอย่างจะขาดตามมาได้ จึงเตือนไว้อีกที
เราเชื่อว่าเธอต้องทำได้ นักมายากลเสริมความมั่นใจ
จ้ะ เราจะพยายาม นักบวชหญิงเริ่มคล้อยตามไอเดียนักมายากล
เราจะดูๆไปทั้งคู่แหละ ดูไปเรื่อยๆก่อน ว่าเขามีทีท่ายังงัย
 
นักมายากลทิ้งท้าย
ถ้าแกเผลอไปรับปากเป็นแฟนกับใคร ก็เหมือนแกซื้อหุ้นนั่นแหละ แกได้เปิดความเสี่ยงขึ้นแล้ว
 
 
The High Priestess จะทำตามญาณหยั่งรู้ของเธอ หรือฝึกฝน "การบริหารความสัมพันธ์ 101"
นักมายากลไม่รู้ รู้แต่ว่าบทเรียนบทนี้ราคาแพงยิ่งนัก
 
ขอให้เซ้นส์ของเธอถูกด้วยเถอะ
โชคดีนะจ๊ะ
 
นักมายากลเอง

ส้มโอเล่าเรื่อง เ...
Tuesday,Jul 4 2006, 02:22:50 PM

อ่านเรื่องนี้และเรื่องอื่นๆได้ที่

http://pomme4you.spaces.msn.com/blog/cns!65958CFB43F58A14!211.entry?_c=BlogPart

นักล่าฝันคนที่14คร้าบ The Magician
 
ไพ่ใบที่สองของสำรับไพ่ยิปซีก็คือ นักมายากล - The Magician
คำว่านักมายากลในภาษาไทยมันแปลไม่ค่อยถูกเซ้นส์สักเท่าไหร่เลยอ่ะนะ
เหมือนมาหลอกลวง เล่นกลกระจอก อะไรทำนองเนี้ย...ไม่ใช่ไพ่ใบนี้แน่
รากศัพท์คือ Magic ที่แปลว่า เวทมนตร์
แต่ Magician ก็ไม่ใช่พ่อมด แม่มด ที่มีเวทมนตร์จริงๆ งั้นก็คงเรียก The Wizard หรือ The Witch ไปแล้ว
 
The Magician เป็นคนธรรมดาเหมือนเราเราท่านท่านนี่เอง!
 
เขาเป็นคนธรรมดา ที่มีความฝัน และพยายามไล่ล่าความฝัน เหมือนเหล่าอะคาเดฯทั้งหลาย
อาจจะล้ม จะมีน้ำตา ก็จะลุกขึ้นมาด้วยตัวฉันเอง ...ฉันมั่นใจกับทางที่เลือกเดิน (นั่นมันต้องอย่างนั้น)
เดอะ เมจิกเชี่ยน เป็นบุคคลที่มุ่งมั่นมาก เขาจะพยายามทำในสิ่งที่คนทั่วๆไปคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้
เขาเอาเวลาส่วนใหญ่มาใช้ในการฝึกฝนตนเอง ครั้งแล้วครั้งเล่า
 
ครั้งแล้วครั้งเล่า
 
เขาไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะเนรมิตอะไรได้ดั่งใจ ทุกสิ่งที่เป็นผลสำเร็จล้วนมาจากการผ่านอุปสรรคมานับครังไม่ถ้วน
"...แต่จุดหมายปลายทางของใจ จุดพลังให้ฉันมีแรงก้าวไป ฝันนั้นไกลแค่ไหนจะไขว่คว้า..." (นั่นล่ะ ใช่เลย)
 
ใครที่รู้ตัวว่าตัวเองเป็น The Magician คุณก็ควรเริ่มค้นหาความฝัน พรสวรรค์ ความต้องการที่แท้จริง หรืออะไรที่คุณเรียก
คุณควรเริ่มได้แล้ว บอกกับตัวเองว่า
 
"...สักวันจะเป็นอย่างฝันใฝ่ จะทำให้ได้ เหนื่อยสักเท่าไหร่ ทุ่มเทกายใจ ให้ดั่งฝัน.." (แล้วแนะว่าให้ลุกขึ้นเต้นท่อนฮุคทันที .1.2.3..จะไปเป็นดาวโดดเด่..บลา..บลา)
 
 
ไพ่ใบนี่คือปอมเอง...
ผู้เสกแผ่นกระดาษ เป็นนก เป็นม้า เป็นไดโนเสาร์ หรือแม้กระทั่ง เป็นเทพมังกรสุดสวย
 
มีคนถามว่า "เธอพับไปทำไมอ่ะ เธอ?"
"เหตุผลเหรอ...มันเกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน..."
(จอภาพมืด แล้วค่อยๆสว่างขึ้น เป็นความทรงจำสีซีเปีย)
 
ไอ้เจ้าปอม-นักพับกระดาษของเรา-ยังมีอายุได้เพียง 5 ขวบเศษ
ปอมไม่มีของเล่นมากนัก เขามีดินสอสีใช้แล้วไม่กี่แท่ง ซึ่งตกทอดมาจากบรรดาพี่พี่ของเขา
กับตุ๊กตุ่นกันดั้มเก่าๆอีกไม่กี่ตัว
ปอมไม่มีโอกาสได้เล่นของเล่นดีดี แพงแพง เพราะครอบครัวของเขามีฐานะลำบาก
พ่อออกไปทำงานแต่เช้า กลับมาอีกทีเขาก็หลับไปแล้ว
เด็กคนนั้นเข้าใจได้ด้วยสามัญสำนึก - เขาจะกล้าไปขอของเล่นจากพ่อผู้บากบั่นทำงานหนักได้อย่างไรลง
ยังดีที่แม่ของปอมยังมีเวลาก่อนนอนอ่านหนังสือให้ปอมฟัง
แม่เลือกกลุ่มนิทานที่เด็กสมัยนั้นเขาฮิตกัน เช่น นิทานอีสปทั้งหลาย ซินเดอเรลลา สโนว์ไวท์ บ้านขนมปัง หรือแม้แต่ นิทานไทยๆ เช่น พระอภัยมณี ไกรทอง พระรถ-เมรี สังข์ทอง ฯลฯ
ในบรรดานิทานเหล่านี้ เรื่องที่ปอมขอให้แม่อ่านให้ฟังบ่อยที่สุด
คือ The Sleeping Beauty เจ้าหญิงออโรร่าแสนสวยที่ถูกแม่มดขี้ใจน้อยหลอกให้โดนเข็มทิ่ม แล้วต้องหลับ หลับไม่มีวันตื่น นอนรอเจ้าชายมา "รักหลับ" แล้วก็จะสะดุ้งตื่นเอง เหตุผลที่เธอต้องตื่นก็เพราะ
 
ไม่ได้มีเจ้าชายรูปงามที่ยอมฆ่ามังกรโหดผ่านมาในห้องเธอบ่อยๆ  
 
ปอมชอบมังกร แม่อ่านทีไรมังกรแพ้ทุกที
ปอมเลยขอให้แม่อ่านอีก เผื่อมังกรจะชนะบ้าง
ปอมอยากเล่นมังกรนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
 
แต่ไปที่สวนสัตว์ก็ไม่มีมังกรเลย ซาฟารีเวิร์ลก็ไม่มี
สัตว์ที่พอจะกล้อมแกล้มเป็นมังกรได้ก็คือ ไดโนเสาร์นั่นเอง
ปอมเริ่มศึกษาว่าไดโนเสาร์มันเป็นงัย หาดูได้ที่ไหน อ้อ...มันตายไปหมดโลกละ
 
แม่ปอมสอนให้ปอมพับนก เพราะเมื่อเด็กน้อยพับนก
เด้กจะอยู่นิ่ง ไม่ทำตัวซุกซน ทำข้าวของแตกเสียหาย
ปอมพับนกจนชำนาญ พับไปพับมาจนเดาเอาว่า กระดาษมันก็ต้องพับเป็นอย่างอื่นๆได้เหมือนกัน
ให้แม่ไปยืมหนังสือพับกระดาษจากศูนย์วัฒนธรรมญี่ปุ่นมา
แล้วก็เริ่มพับเป็นดาวบ้าง เป็นกบบ้าง เป็นเต่าบ้าง
แต่แบบพับเป็นมังกร หรือไดโนเสาร์ไม่เห็นมี
 
เวลาผ่านไป...หนุ่มน้อยของเราเรียนอยู่ชั้น ป.3
แม่นำแบบพับไดโนเสาร์มาให้เป็นของขวัญวันเกิด
เขาพับอยู่นานสองนานจึงสำเร็จ ...ไดโนเสาร์จากกระดาษตัวแรกของเขา
 
 
วันหนึ่ง ในคาบเรียนศิลปะ ป.5 คุณครูบอกนักเรียนให้พับกระดาษส่งครู
เด็กทุกคนต่างพับกระดาษแข่งกัน
หลายคนพับนก
บางคนพับเต่า
บางคนพับจรวด
บางคนพับกบ
ปอมเลือกพับไดโนเสาร์ เขาคิดว่าคราวนี้ ไดโนเสาร์ของเขาจะต้องโดดเด่นกว่าใครเป็นแน่
ปอมเดินไปส่งผลงานที่โต๊ะคุณครูด้วยความภาคภูมิใจ
 
เอกสิทธิ์ ครูบอกให้พับกระดาษมาส่งครูไงคะ
นี่ครับ
เอกสิทธิ์ ทำไมเธอเหลวไหลแบบนี้ เพื่อนๆเขาพับนกกัน เธอพับอะไรมาเนี่ย
เอ่อ..คือ..มันคือ..คือ... (เขาไม่กล้าบอกไปว่ามันเป็นไดโนเสาร์ เพราะถ้ามันเป็นไดโนเสาร์จริง คุณครูต้องดูออกสิ)
ไม่ต้องเสียใจนะที่เธอพับนกแบบเพื่อนไม่ได้ ครูจะให้เธอ 6 คะแนนนะคะ
 
ปอมเดินกลับมาที่โต๊ะ พร้อมกับโลกที่แตกสลายไปประมาณ 92 เปอร์เซ็นต์
เราน่าจะพับนกส่งครูงั้นเหรอ? คำถามที่ยังคงค้างอยู่ในใจของเขาเรื่อยมา
 
ครั้งแล้วครั้งเล่า ปอมเฝ้าฝึกฝนให้คนทั่วไปดูออก ว่า "อุ๊ย..พับเป็นไดโนเสาร์ด้วย"
ครั้งแล้วครั้งเล่า ปอมคิด "พับไปทำไมหว่า ไม่มีใครดูออกว่ามันเป็นไดโนเสาร์"
แต่เขาก็ฝึกฝนมาเรื่อย
 
เวลาผ่านไป เขาเริ่มพับไดโนเสาร์ได้หลากหลายเผ่าพันธุ์มากขึ้น มากขึ้น
แบบพับยิ่งซับซ้อนมากขึ้น มากขึ้น บางตัวใช้เวลา 1 ชั่วโมง บางตัวก็ใช้เวลาพับ 2 ชั่วโมง
เพื่อนแม่ เพื่อนพ่อ ญาติญาติ เริ่มดูออกกันแล้วว่าปอมพับไดโนเสาร์
ปอมเริ่มมั่นใจมากขึ้น
 
The Magician หาหนทางของตนพบแล้ว!
 
ปอมเอง
 
 
 
 
 
 
*หลายปีต่อมา ปอมได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรสอนโอริงามิหลายที่ สอนที่ห้างไดมารู เซ็นทรัลบัณฑิตน้อย สมาคมแม่บ้านทหารเรือ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โครงการเยาวชนคนดี จัดโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และได้รับเชิญไปออกโชว์ผลงานในรายการชิงช้าสวรรค์ รายการ Q20-20คำถาม

Guestbook:
Subject:
Body: