
My Friends
My Groups
My Testimonials
Music Profile
Record Label Name:
INSPIRED RECORDS
Record Label Type:
Indie
Genre:
Rock, Pop, Indie
Biography:
Nothing.
Members:
just me, Romeo Pui+ on vocals and lyrics.
![]() |
![]() |
![]() |
Influences:
Harem Scarem, Fair Warning, Blues Saraceno, Alterbridge, Stratovarius, Creed, Powderfinger, Nickelback, No Doubt, Deep Purple, Coal Chamber, Dream Theater, Metalica, The Presidents of The United States of America, Evanescence, Led Zeppelin, Linking Park, Mega Deth, Scorpions, AC/DC, Iron Maiden, Marilyn Manson, Manic Street Preachers, Bon Jovi, Motorhead, Angra, Nirvana, Ratt, Pearl Jam, Aero Smith, Blind Guardion, Black Subbath, Collective Soul, The Cranberries, Rage Against the Machine, Pantera, Radio head, Extreme, Soulfly, Europe, Oasis, Eagles, Mr. Big, etc.
Sounds Like:
Creed, Powderfinger, Nickelback, etc.
![]() |
![]() |
![]() |
Artist's Website:
Albums
-

Loei Trip
(178 photos)
-

Nestle fitness fit your shape fit your style concert
(73 photos)
-

THE GREEMERY RESORT KHAOYAI
(194 photos)
-

Love Emotion
(57 photos)
-

It's me
(29 photos)
Profile
Basic
Personal
Dating
Contact
- Personal Website:http://www.myspace.com/puivoice
Profile PhotosSee All 12 Profile Photos
Journals
Tuesday,Jul 22 2008, 11:09:14 AMLove story from China
Do you know WHAT LOVE IS ?..................READ BLW STORY
(คุณรู้ไหมครับว่า รักคืออะไร..........เชิญอ่านเรื่องราวด้านล่างเลยครับ)
An incredible love story has come out of China recently and managed to touch the world.
(เรื่องราวความรักอันเหลือเชื่อปรากฏขึ้นที่ประเทศจีนเมื่อเร็วๆ นี้ และได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลก)
It is a story of a man and an older woman who ran off to live and love each other in peace for over half a century.
(เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งกับหญิงที่มีอายุมากกว่าผู้ซึ่งหลีกหนีความมีชีวิต และรักกันอย่างสงบสุขกว่าครึ่งศตวรรษ)
The
70-year-old Chinese man who hand-carved over 6,000 stairs up a mountain
for his 80-year-old wife has passed away in the cave which has been the
couple's home for the last 50 years.
(ชายอายุ 70 ปี
ผู้ซึ่งสลักหินเป็นบันไดด้วยมือ มากกว่า 6,000 ขั้น
ปีนภูเขาไปหาคู่รักอายุ 80 ปี ซึ่งจากเขาไปแล้ว
เพื่อไปยังถ้ำซึ่งเป็นรังรักของพวกเขามากว่า
50 ปี)
Over 50 years ago, Liu Guojiang a 19 year-old boy, fell in love with a 29 year-old widowed mother named Xu Chaoqin..
(เมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว หลิว โกวเจียง ชายหนุ่มวัย 19 ตกหลุมรักแม่หม้ายลูกติดนาม ซู เฉากวิน)
In
a twist worthy of Shakespeare's Romeo and Juliet, friends and relatives
criticized the relationship because of the age difference and the fact
that Xu already had children.
At
that time, it was unacceptable and immoral for a young man to love an
older woman.. To avoid the market gossip and the scorn of their
communities, the couple decided to elope and lived in a cave in
Jiangjin County in Southern ChongQing Municipality.
(ดังนิยายโรมิโอกับจูเลียตอันเลื่องชื่อของเชคเปีย
ผองเพื่อนและญาติๆ กล่าวขวัญถือความสัมพันธ์ อันเนื่องจากความต่างของวัย
กับความจริงที่ว่า ซู มีลูกแล้ว ในขณะนั้น
เป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรมและรับไม่ได้
ที่ชายหนุ่มจะรักกับผู้หญิงที่แก่กว่า
เพื่อหลีกหนีพวกปากตลาดและการดูถูกของสังคม
ทั้งคู่ตัดสินใจพากันหนีและอาศัยอยู่ในถ้ำที่ เจียงจิน
เมืองชนบททางตอนใต้ของเขตปกครองตนเอง ชงควิน)
In
the beginning, life was harsh as hey had nothing, no electricity or
even food. They had to eat grass and roots they found in the mountain,
and Liu made a kerosene lamp that they used to light up their lives.
(ช่วงเริ่มต้น
ชีวิตไม่มีอะไร ไม่มีไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งอาหาร
ทั้งคู่กินหญ้าและพืชหัวที่พบแถวๆ ภูเขา
และหลิวก็ได้ประดิษฐ์ตะเกียงน้ำมันก๊าดเพื่อให้แสงสว่าง
รวมทั้งนำทางชีวิต)
Xu felt that she had tied Liu down and
repeatedly asked him, 'Are you regretful? Liu always replied, 'As long
as we are industrious, life will improve.'
(ซูรู้สึกว่าเข้าผูกมัดหลิว
จำกัดอิสระภาพของหลิว เธอถามคำถามซ้ำๆ กับหลิวว่า “หลิว เธอเสียใจมั้ย”
“ตราบเท่าที่เราขยัน ชีวิตเราจะดีขึ้น”
คือคำตอบที่ออกจากปากของหลิวเสมอเมื่อเจอคำถาม)
In the second
year of living in the mountain, Liu began and continued for over 50
years, to hand-carve the steps so that his wife could get down the
mountain easily.
(ในปีที่สองของชีวิตบนภูเขา
หลิวเริ่มแกะสลักบันได และทำอย่างนั้นต่อเนื่องมากว่า 50 ปี
เพื่อที่จะให้คู่ชีวิตของเขาลงจากภูเขาได้โดยง่าย)
Half a century
later in 2001, a group of adventurers were exploring the forest and
were surprised to find the elderly couple and the over 6,000
hand-carved steps. Liu MingSheng, one of their seven children said, 'My
parents loved each other so much, they have lived in seclusion for over
50 years and never been apart a single day. He hand carved more than
6,000 steps over the years for my mother's convenience, although she
doesn't go down the mountain that much.'
(ครึ่งศตวรรษต่อมา – ปี
2001
นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งได้ค้นพบป่าและต้องประหลาดใจที่พบคู่รักวัยชรา
และบันไดที่สลักด้วยมือกว่า 6,000 ขั้น หลิว หมิงเส็ง
หนึ่งในลูกทั้งเจ็ดกล่าวว่า “พ่อ-แม่ของเรารักกันมาก
พวกเขาอาศัยอยู่อย่างสันโดษมากว่า 50 ปี และไม่เคยทิ้งกันแม้แต่วันเดียว
บันไดที่สลักด้วยมือกว่า 6,000 ขั้นที่มานะทำขึ้นหลายปี
เพื่อความสบายของแม่ แม้ว่าเธอจะไม่ได้ลงจากภูเขาบ่อยเช่นนั้น”)
The
couple had lived in peace for over 50 years until last week. Liu, now
72 years, returned from his daily farm work and collapsed. Xu sat and
prayed with her husband as he passed away in her arms. So in love with
Xu, was Liu, that no one was able to release the grip he had on his
wife's hand even after he had passed away.
(คู่รักอาศัยอยู่อย่างสงบมากว่า
50 ปี กระทั่งสัปดาห์ที่แล้ว หลิว ชายวัย 72 ในวันนี้
กลับจากงานประจำวันที่ไร่จากนั้นก็ทรุดกายลง ซู นั่งและสวดมนต์กับสามี
จากนั้น หลิวก็จากไปภายในอ้อมกอดของภรรยา
ดังที่เห็นความรักของหลิวที่มีต่อซู
ไม่มีใครสามารถแกะมือของเขาออกจากมือภรรยาได้ แม้กระทั่งหลังเขาตาย)
'You
promised me you'll take care of me, you'll always be with me until the
day I died, now you left before me, how am I going to live without
you?'
(คุณสัญญาว่าจะดูแลฉัน คุณจะอยู่กับฉันเสมอจนถึงวันที่ฉันตาย แต่ตอนนี้คุณจากฉันไปก่อน ฉันจะอยู่อย่างไรถ้าไม่มีคุณ)
Xu spent days softly repeating this sentence and touching her husband's black coffin with tears rolling down her cheeks.
(ซูใช้เวลาหลายวัน พูดประโยคซ้ำๆ แผ่วๆ และสัมผัสโลงศพของสามี ด้วยน้ำตานองหน้า)
In
2006, their story became one of the top 10 love stories from China ,
collected by the Chinese Women Weekly. The local government has decided
to preserve the love ladder and the place they lived as a museum, so
this love story can live forever.
(ในปี 2006 เรื่องราวของพวกเขา
กลายมาเป็นเรื่องรักติดอันดับทอปเท็น ในประเทศจีน ซึ่งรวบรวมโดย Chinese
Women Weekly รัฐบาลท้องถิ่นตัดสินใจอนุรักษ์
บันไดแห่งความรักและรังรักของพวกเขาเป็นพิพิธภัณฑ์ ยังผล
ให้เรื่องราวแห่งความรักนี้มีอยู่ตลอดไป)
Monday,Mar 31 2008, 11:09:46 AMMy favorite songs
เพราะรัก - ดิ โอฬารโปรเจ็ค
Intro : G / Bm7 / C / Bm7 / Em7 / Bm7
C / C#dim / D7 / C ( 2 times )
G D7
โอบกอดจูบลูบไล้เธอ
C G
แอบอิงเอนกายแนบชิดผูกพัน
Em7 Bm7
อกสั่นหวั่นทรวงสะท้าน
C
เพราะลมจูบนั้น
C#dim D7
แต่กายเธอกลับร้อนดั่งไฟ
ร้อนแรงโลมเลีย
G C
ดั่งถูกตอกยอกย้ำภายใน
D7 G
จวบจนธารอารมณ์ไหลหลากมา
Em7 Bm7
ใจหนึ่งอยากจะร้องไห้เสียใจ
C C#dim
แต่อีกใจกลับอิ่มเอม
D7
สุขสันต์เหลือที่จะเอ่ย
Gm7 Dm7
* แพ้ แพ้อารมณ์ตัวเอง
Fm7 G7
ใจเคยมั่นคงจางหาย
Bbmaj7 Fm7
ยอมให้เขาเธอยอมทั้งใจและกาย
Cm G7
( ยอมเป็นของใครนั้น )
Cm/Bb Eb C7
** เธอยอมก็เพราะรักจริงจัง
Fm7 Bb7
หวังเคียงครองคู่กัน
Eb C7
รักนานแสนนาน
Fm7 Bb7
( ก็ )เพราะรักจึงยินยอม
Eb Ab
ขอเพียงอย่าลวงหลอก
G7sus4 G7
รักเธอเพียงพอแล้ว
G Bm7
เป็นความภูมิใจลึกๆ ในใจ
C C
ไม่เคยมีชายได้ลิ้มฉ่ำเธอ
Em7 Bm7
เป็นสิ่งหนึ่งเธอยึดมั่น
C
ไว้ในใจตลอดมา
C#dim D7
เป็นความงามอันถ่องแท้
ไร้รอยมลทินใดๆ
G C
คืนเดียวดายนอนร้อนรุ่มคอย
D7 G
เหตุใดใยจึงไม่หวนกลับมา
Em7 Bm7
อยากจะบอกให้เขารู้ว่า
C
ดวงใจเธอโอดครวญ
C#dim D7
ร่ำเรียกร้องเมื่อไหร่หนอ
ค่ำคืนเหมือนเคยหวนมา
( ซ้ำ * , ** )
Instru : Ebmaj7 / Dm7 / Fm7 / G7
Bbmaj7 / Fm7 / Cm / G7
Cm / Bb / Eb / C7 / Fm7 / Bb7 / Eb / C7
Fm7 / Bb7 / Eb / Ab / G7sus4 / G7
C / A / D7
( ซ้ำ * , ** , * )
Instru : Cm / Bb / Eb / c7 / Fm7 / Bb7 / Eb / C7
Fm7 / Bb7 / Eb / Ab /
G7sus4 / G7 ( ' til fade )
Tuesday,Mar 25 2008, 01:11:54 PMTHE GREEMERY RESORT KHAOYAI
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทางแผนกได้จัดทริปไปเที่ยวกัน ซึ่งแผนกพวกเราชาว IT ก็จะประกอบได้ด้วยแผนก MIS กับ Data Center
MIS ก็คือพวกโปรแกรมเมอร์ต่างๆ ซึ่งก็จะแบ่งแยกกันไปเป็นทีมๆตามแต่ประเภทงาน และเราเป็นโปรแกรมเมอร์ที่อยู่ทีม Client Server
ส่วน Data Center ก็จะเป็นพวกที่ดูแลเกี่ยวกับภาคปฏิบัติ เช่น ซ่อมคอม ประกอบเครื่อง ลงโปรแกรม ฯลฯ
ปีนี้ ลงมติกันว่าจะไปที่ THE GREEMERY RESORT ที่เขาใหญ่ เราก็ลงชื่อไปด้วย อยู่ที่นี่มาสี่ปี เป็นปีแรกที่ร่วมกิจกรรมกับเค้าทุกอย่าง ตั้งแต่ลงชมรมกีฬาโบว์ลิ่ง ไปตีแบทหลังเลิกงาน แล้วก็ล่าสุดไปเที่ยวกะคนอื่นๆซะที ชาว MIS ก็หวังว่าจะเห็นเราขึ้นเวทีร้องเพลงด้วย...
เริ่มต้นเดินทางกันวันเสาร์ นัดกัน 7 โมงเช้า คืนวันศุกร์เราก็นอนน้อยด้วยสิ ตื่นเช้าวันเสาร์มาก็รู้สึกปวดหัว ก็คิดว่าไมเกรนน่าจะกำเริบ ก็เลยไปหาชอกโกแลตมากิน ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย วันนั้นอากาศร้อนแต่เช้าด้วยสิ ปัจจัยเอื้อต่อการปวดไมเกรนมาก แต่ก็ยังไม่อยากกินยา พอเอาข้าวของขึ้นรถแล้ว ต่างคนก็หาที่เหมาะๆของตัวเอง เราก็นั่งคู่กะอุ้ย แล้วเบาะที่เรานั่งดับปรับไม่ได้ด้วยสิ ต้องนั่งตัวแข็งทื่อตลอดทางเลย
ตอนแวะเอาของไปให้เด็กนักเรียนที่ รร ปรางคล้า เห็นอาจารย์พูดว่าทาง รร ก็มีไอติมมาเลี้ยงขอบคุณพวกเราด้วย แต่เด็กมารอต้อนรับแล้วอากาศร้อน ก็เลยขอชิมกันก่อน 555 เด็กหนอเด็ก พอได้ของที่นำไปให้เด็กๆก็ดีใจกันนะ หลังจากได้บุญกันถ้วนหน้าแล้ว พวกเราก็ไปแวะทานข้าวกลางวันกันก่อน แล้วก็เดินทางไปจนถึงที่พัก
เริ่มปวดไมเกรมมากขึ้นตามสภาพอากาศที่ร้อนจัดขึ้น หลังจากเช็กอินเสร็จแล้วก็หอบหิ้วกระเป๋าเข้าบ้านพักอ่ะ พวกผู้ใหญ่ส่วนมากก็จะพากันพักที่โรงแรม มีแต่พวกเด็กๆนี่แหล่ะที่พักกันตามบ้าน พอถึงบ้านปุ๊บยังไม่ทันเก็บของเลย ชาวแก๊งส์ก็พากันตั้งวงเล่นไพ่ซะแล้ว ก็มีน้องอร น้องเดียร์ อ้อย อุ้ย โข่ง พจน์ ต้อม กุ้ง เราเล่นไม่เป็นหรอก ก็กินยาไปเม็ดนึงแล้วก็เอนตัวลงบนเก้าอี้ดูคนอื่นเล่นไพ่กัน แล้วเราหลับไป
ระหว่างที่เรานอนพัก คนอื่นก็ทั้งพากันเล่นไพ่กับเดินเล่นไปรอบๆบริเวณ อากาศร้อนอย่างนี้เราไม่เอาด้วยหรอก พอตื่นมาก็ยังไม่หายปวดหัวเลยอ่ะ แต่ได้เวลาต้องทำกิจกรรมร่วมกันแล้ว ก็มีการละเล่นสามด่านอ่ะ ด่านแรกก็จะเป็นการโยนลูกโป่งที่ใส่น้ำซะบวมเป่งข้ามผ้าที่กั้นไม่ให้มองเห็นฝั่งตรงข้าม ด่านนี้มันจะฮาตรงที่บางคนรับลูกโป่งไม่ได้หรือรับได้แต่ลูกโป่งแตกน้ำกระจายเต็มหน้านี่แหล่ะ จากนั้นก็ไปด่านที่สอง คือเดินสามขาโดยให้คนกลางเอาขันน้ำไว้บนหัว แล้วก็ไปเทใส่ขวด โดยจับเวลาว่าทีมสีอะไรจะเทน้ำได้มากกว่ากันและทำเวลาได้เร็วกว่ากัน เออลืมบอกไปว่าเราอยู่สีแดงอ่ะ พอมาด่านสุดท้ายก็เป็นอักษรมรณะ (เราตั้งชื่อเกมส์เองแหล่ะ) วิธีเล่นก็คือ จะเอาสองทีมมายืนสลับกันเป็นวงกลม แล้วนับเลขเรียงกัน ตั้งแต่หนึ่งถึงสามจำนวน เช่น คนแรกอาจนับ หนึ่ง สอง แล้วคนที่สองอาจนับ สาม คนต่อไปก็อาจนับ สี่ ห้า หก โดยนับวนไปเรื่อย ใครที่นับลงเลขยี่สิบ ก็จะโดนแจ๊กพ็อตไป เล่นไปสองสามรอบแล้ว เราก็ไม่โดนซะที คิดว่าจะรอด แต่สุดท้ายก็นับเลขยี่สิบจนได้ มีคนที่โดนแจ๊กพ๊อตกันหลายคน จากนั้นก็มาจับฉลากกันว่าใครจะได้อะไรต่อไป เราจับได้คำว่าน้ำ บางคนก็ได้คำว่าน้ำบวกแป้ง วิธีเล่นต่อไปก็คือ จะให้ฝ่ายตรงข้ามมาทำโทษเช่นใครได้น้ำบวกแป้ง ก็จะต้องไปนั่งอยู่ใต้ลูกโป่งที่กรอกน้ำไว้ แล้วทีมตรงข้ามก็จะมาทิ่มลูกโป่งให้เปียกรด จากนั้นก็จะไปจิ้มลูกโป่งใส่แป้งข้างในให้แตกใส่ ใครมันคนคิดเกมส์นี่ล่ะเนี่ย เราจับได้น้ำใช่ป่ะ ที่มตรงข้ามก็พยายามจะเข้ามาล็อกตัว แล้วอีกคนก็จะมาจิ้มให้ลูกโป่งแตกใส่ แต่เราดิ้นหนี ก็เลยโดนน้ำแค่นิดหน่อยอ่ะ
เล่นเกมส์จนครบทุกด่าน ทุกสีกันแล้ว ก็มารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อนัดเวลาทานข้าวตอนเย็นอีกครั้ง เราก็กลับบ้านไปซัดยากแก้ปวดไปเกรนอีกเม็ด แล้วก็นอนต่อ อากาศมันร้อนอ่ะ แล้วห้องเราแอร์ก็ดันไม่เย็นอีก มันก็หลับๆตื่นๆ รู้สึกเพลียๆอ่ะ ไม่ค่อยสบายตัวเลย ทีนี้ได้เวลานัดแล้ว พวกสาวๆ เค้าก็ไปกันแล้ว เหลือแต่พวกหนุ่มๆ เราเริ่มมึนมากขึ้นคงเป็นเพราะยาออกฤทธิ์บวกกะหิวข้าวด้วยแหล่ะ ไปถึงแขนขาก็เริ่มสั่น ลุกไปตักข้าวไม่ไหวแน่ๆ เห็นกุ้งนั่งจองที่ไว้ให้พวกเราอยู่แล้ว เราก็เลยไปนั่งข้างๆกุ้ง "กุ้งเราไม่ไหวอ่ะ ไม่มีแรงไปตักข้าว ขอกินจานเดียวกะกุ้งเลยนะ" จากนั้นก็เริ่มมีแรงขึ้น ก็เลยลุกไปตักข้าวมากินเอง แรงยังไม่กลับมาเลย พจน์ก็เรียกกุ้งให้ขึ้นไปร้องเพลง กุ้งก็ไม่สนใจ พจน์ก็เรียกเราขึ้นไปมั่ง ทีนี้พวกผู้ใหญ่เค้าก็อยากให้เราไปร้อง เอาว่ะ ร้องก็ร้อง คาราโอเกะบนเวทีก็เป็นแค่ดนตรีหยาบๆแล้วก็มีอิเล็กโทนอีกหนึ่งตัว เราเลือกเพลง เหตุเกิดจากความเหงา มาร้อง เหอ เหอ ขึ้นไม่ถูกอ่ะ คร่อมจังหวะอีก ระบบเสียงแย่อ่ะ ไม่ได้ยินเสียงตัวเองเลย ไม่ค่อยสบายด้วยแหล่ะ ระบบประสาทการรับรู้ทำงานไม่เต็มที่ เราก็ลองอุดหูข้างนึง เพื่อฟังเสียงตัวเอง แต่ก็ไม่ช่วยอะไรเลย แย่อ่ะ แทบไม่มีแรงจะยืนจะร้อง แล้วยังร้องเพี้ยนอีก โอ้ อับอายมาก จบเพลงรีบลงจากเวทีเลยอ่ะ ระหว่างนั้นก็จะมีคนผลัดเปลี่ยนกันขึ้นไปร้อง แล้วก็มีพวกน้องอร น้องเดียร์ อ้อย ออกมาแสดง ท่าทางพวกผู้ใหญ่เค้าจะถูกใจกัน ชมกันใหญ่เลยว่าแสดงน่ารัก
พอเสร็จสิ้นการแสดง การเล่นเกมส์ เรากับอุ้ยก็กลับบ้านมานอนก่อน ก็มีพวกกุ้งที่ยังพากันเต้นพากันร้องต่อ
มาถึงบ้านเราก็หลับสนิท มาตื่นอีกทีก็เป็นตอนที่พวกกุ้งกลับมาบ้าน ก็เหมือนเดิมอ่ะตั้งวงเล่นไพ่ เล่นกันคนละห้าบาท คราวนี้ก็มีเอ๋มาร่วมวงด้วย เราก็ลงไปนั่งดูเค้าเล่น กุ้งนี่มันฮาจริง เสียงดังเล่นบริเวณรอบข้างแถวนั้นเลย แต่ดีที่เป็นพวกเราทั้งนั้นก็เลยไม่เป็นไร เค้าก็มีตั้งวงเล่นไพ่กันหลายบ้านหลายวงนะ แต่บ้านเรานี่เสียงสุดยอด พี่เป็ดเข้ามาแซวว่าที่เสียงดังนี่มันเสียงเหรียญหล่นนี่เอง วงอื่นเค้าเล่นกันเป็นร้อย ไอ้วงนี่เล่นกันทีละห้าบาท 555
พอถึงตีหนึ่งเราไม่ไหวแล้วก็เลยขึ้นไปนอนก่อน แต่ก็หลับๆตื่นๆ เพราะเสียงกุ้งดังลั่นทั้งคืน
ตื่นเช้ามาพวกเราก็ตามๆกันไปกินข้าว แล้วได้เวลาส่วนตัวซะที ก็พากันไปเล่นพวกกีฬา extreme ต่างๆ ท่าทางคนคุมแต่ละฐานคงไม่เคยเจอพวกแสบๆอย่างพวกเรา แล้วพวกเราก็ฮาๆ ดูท่าทางเค้าก็สนุกกับพวกเราไปด้วย เล่นกันมันส์มาก แต่ละคนเล่นไพ่กันมาทั้งคืน พอได้เล่น อะดรีนาลีนมันแล่นทั่วร่างก็เลยไม่รู้สึกง่วงอะไรมั้ง เล่นแป๊บเดียวก็ได้เวลาเช็คเอาท์กลับบ้านแล้ว หลังจากเก็บของอะไรขึ้นรถแล้วแต่ละคนก็หลับเป็นตายเลย
มาเที่ยวครั้งนี้ก็สนุกดีนะ เหมือนเป็นการสลายพฤติกรรมไปด้วย บางคนที่เรารู้สึกไม่ดี ตอนนี้ก็สนิทใจมากขึ้น แต่คงมีแค่บางคนที่เห็นทีไรอยากเอาส้น...กระแทกหน้ามันจัง
วันนี้ก็นั่งดูรูป นั่งขำกันทั้งแผนก ท่าทางกลุ่มพวกเรายังอารมณ์ค้างอยู่ เลยนัดกันว่าจะไปเล่น extreme กันอีก หาที่เล่นแถวๆกรุงเทพนี่แหล่ะ ^^
toggle3Guestbook
Posted at 3/19/2008 2:44 AMRe: สวัสดีวันอังคารค่ะ
- Romeo Pui+
- Bangkok
- Thailand
Thanks Nicky,
long time no online on zorpia
how are you?
Posted at 2/5/2008 9:46 AMRe: just showing some love
- Romeo Pui+
- Bangkok
- Thailand
Thanks and many many return to you too
@-;---pui+
Posted at 1/14/2008 10:46 AMดีค๊า
- @bsolutely G
- Thailand
Posted at 1/16/2008 2:27 AMRe: ดีค๊า
- Romeo Pui+
- Bangkok
- Thailand
555+
พึ่งมาอ่านอ่ะ อาจจะขำช้าไปนิด
แต่จริงใจเหมือนกันจ้า ^^
Posted at 1/3/2008 12:25 PMWonderful time 4 you
- Keki
- Bangkok
- Thailand
Posted at 1/4/2008 12:17 AMRe: Wonderful time 4 you
- Romeo Pui+
- Bangkok
- Thailand
I wish you have a wonderful time too ^^
Posted at 1/3/2008 3:57 AMhappy new year
- njoa
- Nonthaburi
- Thailand
Posted at 1/4/2008 12:16 AMRe: happy new year
- Romeo Pui+
- Bangkok
- Thailand
Thanks ja ^^
Posted at 1/1/2008 12:50 PMHappy new year!
- whai
- Bangkok
- Thailand
Posted at 1/2/2008 4:10 PMRe: Happy new year!
- Romeo Pui+
- Bangkok
- Thailand
thanks ja
Posted at 1/2/2008 4:11 PMRe: hi
- Romeo Pui+
- Bangkok
- Thailand
thanks ^^
Posted at 12/28/2007 11:05 AMMerry Christmas & Happy New Year
- Issariya
- Bangkok
- Thailand

glitter-graphics.com

glitter-graphics.com
May this new year bring many opportunities your way to explore every joy of life. Have a wonderful time in seasons greetings with your family & friends. Take care of yourself na
Posted at 1/1/2008 7:26 AMRe: Merry Christmas & Happy New Year
- Romeo Pui+
- Bangkok
- Thailand
Thanks ja ^^
Posted at 12/28/2007 7:01 AMRe: ดีค่ะ
- Romeo Pui+
- Bangkok
- Thailand
ดีด้วยจ้า ไม่ค่อยได้ออนไลน์นานเหมือนกัน
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม ไว้ปีใหม่จะไปเยี่ยมจ้า ^^
Posted at 12/20/2007 7:33 AMดีค่ะ
- me na napas
- Bangkok
- Thailand
แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ มีนาน่ะค่ะ
Posted at 12/21/2007 5:39 AMRe: ดีค่ะ
- Romeo Pui+
- Bangkok
- Thailand
หวัดดีด้วยจ้า มีนา
ชื่อนี่เปลี่ยนตามเดือนด้วยหรือเปล่าเอ่ย
ชื่อ ปุ๋ย จ้า ^^































