Romeo Pui+ : Eros in Love
The EROS

Journal

Sunday,Jul 27 2008, 11:09:24 AMOne Litre of Tears ... น้ำต...

         วันนี้อยู่บ้าน ก็เลยนั่งดูหนังอ่ะ เรื่อง one litre of tears จะพูดว่าหนังก็คงไม่ถูก จริงๆมันเป็นละครซีรี่ย์ของญี่ปุ่นอ่ะ แต่เวอร์ชันที่เราดูเป็นแบบตัดต่อเพื่อที่จะ write ลงแผ่น DVD หนึ่งแผ่นได้พอดี ความรู้สึกที่ได้จากการดูเรืองนี้คือ บีบหัวใจมาก ร้องไห้แทบทั้งเรื่องอ่ะ กะ หัวใจพองโต เพราะมีหลายๆฉาก หลายๆคำพูดที่มันซึ้งกันใจนะ กว่าจะดูจบได้ก็แย่เหมือนกัน ต้อง pause ไว้ก่อน แล้วกลับมาดูอีกทีจนจบ ก็สมกะชื่อเรื่องนะ ดูเรื่องนี้แล้วน้ำตาไหลเป็นลิตรเลยมั้งเนี่ย ขนาดดูจากแผ่นตัดต่อก็แทบแย่ ถ้าได้ดูแบบเต็มๆ 11 แผ่นเราคงแย่แน่เลย

  ตัวอย่างหนัง

 

  MV

 

  MV

 

เห็นว่าตอนนี้จะมีสร้างภาคสองออกมาด้วย จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกียวกับหนังเรื่องนี้

ที่มา : http://pugchato.wordpress.com/2007/02/10/1-litre-of-tears/

“กว่าที่ฉันจะยิ้มได้อย่างนี้ ฉันเสียน้ำตามาไม่น้อยกว่า 1 ลิตร”

เป็นประโยคที่มาของชื่อ series จากญี่ปุ่น “1 litre of tears” ที่ไม่ทราบเหมือนกันว่าเข้าฉายตามฟรีทีวีเมืองไทยหรือไม่ ส่วนผมหาโหลดจาก bit เอา

1 litre of tears เป็นละครที่ดันแปลงมาจากหนังสือขายดีในชื่อเดียวกัน โดยขายในญี่ปุ่นได้ถึง 1.8 ล้านเล่ม หนังสือเล่มนี้เป็นไดอารี่ ที่บันทึกโดย อายะ เด็กสาวที่ป่วยเป็นโรค Spinocerebellar degeneration หรือ โรคสมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวเสื่อม ซึี่งจะทำให้ร่างกายค่อยๆสูญเสียการควบคุมไปทีละอย่าง โดยสมองส่วนรับรู้ยังทำงานได้ปกติ นั่นก็คือร่างกายจะค่อยๆเป็นอัมพาต แต่สมองก็รับรู้ได้ปกติตลอด เป็นโรคที่สุดแสนจะทรมานมาก อายะได้เขียนไดอารี่ของเธอตั้งแต่อายุ 14 ปี ตั้งแต่ยังวิ่งเล่นได้ปกติ จนกระทั่งไม่สามารถที่จะจับปากกาเขียนได้อีกต่อไป…

ละคร One litre of tears ไ้ด้นำประวัติชีวิตของอายะ ทั้งจากหนังสือ One litre of tears และจากหนังสือเกี่ยวกับอายะ ที่แม่ของเธอเขียนขึ้นมา มาดัดแปลงเป็นบทละครที่สร้างความซาบซึ้งให้กับคนที่ได้ดูทุกคน…

ตอนแรกที่จะเริ่มดูละครเรื่องนี้ คิดไว้ว่าคงเป็นละครที่ค่อนข้างหดหู่ เพราะแค่อ่านเรื่องย่อ ก็อยากร้องไห้แล้ว แถมชื่อเรื่อง ก็ชวนให้น้ำตาตกอีก แต่เมื่อได้ดูจริงๆต้องยอมรับว่าผิดคาด ละครเรืิ่องนี้ไม่ได้หดหู่อย่างที่คิด ออกจะสดใสเสียด้วยซ้ำ

อายะในเรื่อง สวยมาก เปล่งประกายทุกฉากที่เธอแสดง และก็พยายามสวมบทบาทเป็นผู้ป่วยได้ยอดเยี่ยม

ชอบครอบครัวของอายะเช่นกัน แม่ พ่อ อักโกะ ฮิโรกิ และริกะ

ฉากที่ชอบที่สุดในละคร คือฉากที่ อักโกะด่าฮิโรกิที่อายที่มีอายะเป็นพี่

ตอนที่ผมดูละครเรื่องนี้ผมดูที่เดียว 11 แผ่นรวดเลย ดังนั้นเลยซึมซับอารมณ์ได้เต็มที่จริงๆ ยอมรับว่ารู้สึกใจหายเหมือนกัน จากเด็กผู้หญิงที่วิ่งไปวิ่งมา อย่างสดใสในตอนแรก กลับกลายเป็นเดินไม่ได้ พูดแทบไม่ได้ในแผ่นสุดท้าย แต่อายะก็ไม่เคยถอย ดูแล้วมีกำลังใจชีวิตขึ้นอีกเยอะ

ขอนำประโยคเด็ดๆ จากหนังสือ 1 litre of tears ที่บันทึกโดยตัวของอายะเอง
และนำมาใช้ปิดละครในแต่ละตอน มาให้ได้อ่านกัน

ตอนที่ 1 เริ่มต้นสู่วัยรุ่น
“ชีวิตของฉันก็เปรียบเหมือนดอกไม้ที่ยังตูมอยู่ ช่วงเริ่มต้นวัยรุ่นของฉัน อยากใช้ชีวิตอย่างที่ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง”

ตอนที่ 2 อายุ 15 ปี โรคปิศาจที่แฝงมา
“แม่คะ ในใจของหนูมีคุณแม่ที่คอยเชื่อในตัวหนูอยู่ตลอด หลังจากนี้ก็ขอฝากตัวเ้วยนะคะ ขอโทษที่ทำให้ลำบากอยู่เสมอ”

ตอนที่ 3 โรคนี้…ทำไมถึงเลือกฉันนะ?
“โรคนี้ทำไมถึงเลือกฉันนะ ถึงจะบอกว่าก็เพราะโชคชะตา แต่ก็ยังทำใจให้ยอมรับไม่ได้”

ตอนที่ 4 ความโดดเดี่ยวของสองคน
“ฉันอยากสร้างเครื่องย้อนเวลาและกลับไปในอดีต ถ้าไม่ได้เป็นโรคนี้ก็คงจะมีความรักได้ อยากจะคุกเข่าขอร้องให้ใครสักคนมาช่วย ฉันจะทนต่อ…ไม่ไหวแล้ว”

ตอนที่ 5 หนังสือประจำตัวคนพิการ
“จะไม่พูดว่าอยากกลับไปวันนั้นอีกแล้ว จะยอมรับตัวเองตอนนี้และมีชีวิตอยู่ต่อไป”

ตอนที่ 6 สายตาที่เย็นชา
“บางครั้งรู้สึกเหมือนถูกสายตาที่เย็นชาทำร้าย แต่ก็ได้รู้ว่ายังมีสายตาที่อ่อนโยนอยู่ด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ฉันจะไม่หนีเด็ดขาด ถ้าเป็นอย่างนั้น สักวันหนึ่งก็คง…”

ตอนที่ 7 ที่อยู่ของฉัน
“ถึงแม้ว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ฉันก็ยังอยากอยู่ที่นี่ เพราะนี่คือที่ที่ฉันอยู่”

ตอนที่ 8 1 litre of tears
“ถึงจะล้มกี่ครั้งก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ลุกขึ้นใหม่ได้ ถ้าล้มแล้วมองไปบนท้องฟ้าที่สดใส ฟ้าก็ยังคงกว้างอย่างหาที่สุดมิได้เหมือนเดิม และยังคงยิ้มให้กับเราเสมอ…ฉันยังมีชีวิตอยู่”

ตอนที่ 9 ชีวิตในตอนนี้
“คงไม่ใช้ใช้ชีวิตในอดีต แต่ต้องใช้ชีวิตในตอนนี้เท่าที่จะทำได้ก็พอ”

ตอนที่ 10 Love Letter
“ความเป็นจริงช่างโหดร้ายเหลือเกิน แม้แต่จะฝันก็ยังทำไม่ได้ และเมื่อคิดถึงอนาคต น้ำตาก็จะไหลออกมาอีก”

ตอนสุดท้าย ไปแสนไกล สู่ที่น้ำตาเลือนหาย
“มีชีวิตอยู่ต่อไปนะ”

ส่งท้ายกันด้วย คำไว้อาลัยให้กับอายะจากคุณแม่ของอายะครับ

“…แต่ว่านะอายะ เป็นเพราะหนูทำให้
มีคนคิดเรื่องมีชีวิตอยู่ได้หลายคน
มีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอยู่แบบธรรมดาทุกวัน
และได้รู้สึกถึงความอบอุ่น
ได้รู้ถึงความมีน้ำใจของคนที่อยู่ใกล้ตัวเอง

คนที่เป็นโรคเดียวกันแล้วทรมาน
ก็ได้รู้ว่าไม่ใช่มีแต่ตัวเองคนเดียวเท่านั้น
ที่หนูเสียน้ำตาไปมากมายนั้น
และคำพูดของหนูที่เกิดจากสิ่งนั้น
ได้ส่งไปถึงใจของคนหลายๆคน

อายะ…
อยู่ที่โน่น ไม่ได้ร้องไห้แล้วนะ
แม่น่ะ อยากเห็นลูกตอนที่ยิ้มอีกครั้ง…”


Guestbook

Post Comment
Subject:
Body:
                  
pui+ inspired : rock designed

---------- The EROS ----------

My japanese name is 浜野 Hamano (seaside field) 健太 Kenta (healthy and plump).